16 aprile
เอาง่ายๆก่อน ดูรูปไป เรื่องเดี๋ยวค่อยมาเล่า ต่อ
28 marzo
ก่อนอื่นเลยก็ต้องบอกให้ทุกๆคน ได้รู้ว่าหากจะต้องเป็นคนที่ขับรถเดินทางไกลๆ ควรจะนอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่น้อยกว่า 7 ช่วโมง ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการเหนื่อยล้าได้ง่ายเวลาขับรถ ดังที่จะเล่าต่อไปนี้...
เริ่มจากที่อาโกวถามเอ็มว่า วันที่ 18 มีนา นี้ว่างมั้ย จะให้ช่วยขับรถพาหลานไปเที่ยวหน่อย

เอ็มกะตอบไปว่าว่างครับ ไม่ได้ไปไหน จริงๆวันเสาร์อ่ะว่าง แต่วันศุกร์นั้นเคลียร์งานเสร็จดึกไปหน่อย กว่าจะถึงบ้านก็ร่วมๆ 3ทุ่มครึ่ง ก็อาบน้ำนอนเลย เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางไกล พอสมควร ไปฟาร์มโชคชัย และต้องไปรับอาโกวอีกคนนึง ที่บ้านเขาตรงศรีนครินทร์

โอ้...แล้วต้องไปฟาร์มโชคชัยให้ทัน 10โมงครึ่งด้วย ก็เลยตั้งปลุกซะ 6 โมงเช้า กะตื่นขึ้นมาอย่างสโรสเร พอสมควร ก็ไปอาบน้ำ กินข้าว แล้วก็คงมารอโกวตั้งแต่ 7โมงเช้า แต่กว่าหลานจะลงมา กว่าโกวจะลงมาพร้อมออกเดินทางก็เกือบ 8โมงเช้าแล้ว

งานนี้มีเซ็งนิดหน่อย ที่พึ่งรู้ว่า อาโกวอีกคนไม่ไปแล้ว หลานอีกคนก็ไม่ไป เอ็มก็เลยตื่นเช้าเก้อเลย
พอถึงเวลาออกเดินทางจริง ก็มีอาการอย่างที่คิด ก็คือง่วงครับ ง่วงมากด้วย พยายามขับไปเรื่อยๆ ให้ถึงปั้มเจ็ททีวังน้อย แต่วืดอ่ะ เข้าทางเข้าปั้มไม่ทัน เลยต้องฝืนต่อไปอีกจนถึงสระบุรี (ระหว่างนั้น ก็มีล้างหน้า ล้างตานิดหน่อย) เข้าปั้มเจ็ทก็ตรงดิ่งไปที่ร้านกาแฟสดทันที เพราะไม่ไหวแย้วววว ก็สั่งมอคค่าไปแก้วนึง แล้วอาโกวก็ตามเข้ามา ก็สั่งมอคค่าเบิ้ลไปอีกแก้ว ก็ดีขึ้นมาหน่อย ก็รีบบึ่งไปจนถึงฟาร์มโชคชัย โอเคว่าสามารถมาถึงในเวลา 10โมง 20 แล้วก็พึ่งรู้อีกแล้วว่าโกวเขาโทรมาเลื่อนรอบที่จะเข้าชมไปแล้ว เป็น 11โมงครึ่ง ก็มีการไปขอเปลี่ยนรอบใหม่ เป็นเข้าชม 10โมง 40
พอ 10 โมงครึ่งเขาก็เรียกผู้เข้าชมรอบ 10โมง 40 ให้เข้าไปฟังประวัติความเป็นมาของฟาร์มว่ามีที่มาที่ไปยังไง ถึงได้เป็นฟาร์มที่ใหญ่ขนาดนี้ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที แล้วก็เข้าไปในตัวฟาร์มโชคชัยจริงๆ โดยที่เขาจะให้ล้างมือฆ่าเชื้อ และเหยียบน้ำผสมสารเคมี เพื่อทำให้ปราศจากเชื้อโรค
จากนั้นก็ได้ไปดู การรีดน้ำนมวัว โดยใช้เครื่อง และ ใช้มือรีดนมวัว โดยจะดูจากเต้านมก่อนว่ามีน้ำนมมากแค่ไหน (ใหญ่ ขนาดไหน แต่จะบอกว่ามีตัวนึงอ่ะ ใหญ่มากๆเลย) ถัดจากรีดนมวัวแล้ว จะได้น้ำนมวัวดิบๆ มาซึ่งจะยังไม่สามารถนำไปรับประทานได้ ยังมีเชื้อโรคอยู่เยอะ เขาก็เลยพาไปที่ห้องนั่งชม ห้องพาสเจอไรค์น้ำนมและทำไอศครีม Umm..Milk โดยผ่านเครื่องอะไร จำชื่อเครื่องไม่ได้ ประมาณ 4-5เครื่อง หลักๆคือการทำให้นมมีอุณหภูมิ สูง แล้วก็ลดอย่างฉับพลัน เพื่อเป็นการช็อคเชื้อโรคต่างๆ ให้ตายหมด วิธีทำไอศครีม จำไม่ได้แล้ว พอออกมาจากห้องนั่งชมก็มีแจกไอศครีม Umm.Milk คนละ 1 คำ เพราะมันน้อยมาก
และเมื่อได้ชิมเรียบร้อยก็มีการโฆษณานิดหน่อยว่าถ้าอร่อย ให้ซื้อกินกันเยอะๆนะ

แล้วก็ขึ้นรถเดินทางเข้าไปในฟาร์มโชคชัย ระหว่างทางที่จะถึงที่โชวขี่ม้า จับวัว เขาก็แนะนำถึงหญ้าที่ปลูกไว้สำหรับวัว แต่ละช่วงอายุ และอธิบายการคัดแยกวัวอยู่เป็นคอกๆ ว่าทำไมถึงจัดแบบนี้ พอถึงจุดโชว์ขี่ม้า จับวัว เขาก็มาแนะนำตัวนิดหน่อย แล้วก็มีคาวบอยออกมาขี่ม้าโชว์ ว่าจะให้ม้า เดินหน้า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ถอยหลัง ต้องทำยังไง รวมถึงวิธีการหยุดม้าด้วย และมีการโชว์ ใช้แส้แบบต่างๆ (ไม่ใช่ พวก SM นะอย่าเข้าใจผิด) ทั้งวิธีหวดให้เสียงเกิดขึ้นที่ไหน หรือหวดไม่มีเสียง จากนั้นก็มีคาวเกิร์ล ออกมาควงปืนสั้นคู่โชว์ ก็หมุนปืนไป หมุนปืนมาอ่ะ ไม่มีโชว์ยิงนะ เสร็จแล้วจึงเป็นการโชว์ขี่ม้า แล้วจับวัว โดยมีการบอกวิธีคล้องเชือกยังไงไม่ให้วัวขาดอากาศ จบๆๆๆ จำไม่ได้ว่ามีอะไรต่อแล้ว ข้ามไป ที่อีกจุดนึงเลยละกัน
โดยจุดนี้จะเป็นการโชว์สุนัขต้อนแกะ ตัวละหลายแสน (ตำแหน่งแชมป์ของออสเตรเลีย) ในวิธีต้อนแกะที่กว้าง และที่แคบ โดยใช้เสียงเห่า และวิ่งไล่ แล้วก็อธิบายวิธีจับแกะในท่าต่างๆ (แกะไม่ใช่แพะ อย่ามาจับแพะแถวนี้นะ ไม่มีหรอก) รวมจนถึงวิธีจับแกะนอนฉีดยาต่างๆ ด้วย แล้วก็ไปที่สุดท้ายของฟาร์มแล้ว
นั่นคือการโชวความสามารถของสุนัข ที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีคือ มีลิงขี่หมา (เหมือนคนขี่ม้า) แล้วก็ให้สุนัขเลี้ยงนนวัว โดยสุนัขจะเอาขวดนมคาบไว้ให้วัวมาดื่มกินอย่างอร่อย และมีสุนัข พุดเดิ้ลโชว์ กระโดดลอดห่วง (เหมือนผีดิบกระโดดเลย) โชว์สุนัขกระโดดเชือก (สงสัยจะโดดจนติดลม เขาหยุดหมุนเชือกยังโดดอยู่เลย) สุดท้ายก็โชว์สุนัขเดินลอดห่วง (ฮูลาฮูลา) มันจะค่อยๆ ย่อตัวลงให้ลอดพ้นอะ
จบโชว์ปุ๊บเขาก็ปล่อยให้เราไปเดินเล่นเองในพื้นที่คล้ายสวนสัตว์ ก็มีสัตว์ต่างๆ เยอะน่าดู
พอเที่ยวก็เสร็จเดินทางไปนั่งกินข้าวที่เขื่อนลำตะคองกันต่อ อาโกวกับหลานอ่ะกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เราเหรอก็มีเวลาแล้วนี่ นอนดีกว่า

ได้พักงีบสองงับก็ดีขึ้นมาบ้าง ก็ถึงเวลาเดินทางกลับกรุงเทพซักที แล้วต้องแวะที่ไร่สุวรรณ เพื่อซื้อข้าวโพด แล้วน้ำนมข้าว กับไปฝากอาโกวอีกคนที่กรุงเทพ แต่พอมาจะถึง ไม่อยากจะบ่นเลยว่ารถติดมากมายมหาศาล กว่าจะถึงร้านอาหารบัวที่ศรีนครินร์ แล้วก็เดินทางกลับบ้าน ด้วยความอ่อนแรง
จบแล้ว ที่เหลือดูรูปเอานะ
02 gennaio
กว่าพวกเราชาว IMI จะมารวมตัวกันได้ซักทีนึงเนี่ยมันช่างลำบากยากเย็น

เพราะแต่ละคนก็ทำงานคนละที่ ว่างคนละเวลา ไม่ค่อยว่าง พร้อมมาเจอกันเท่าไหร่ พอสบโอกาส หาเวลาที่พอจะมารวมตัวกันได้ก็มีปีละไม่กี่หน ยังไม่แคล้วเจอปัญหาอีก

เนื่องด้วยเริ่มต้นอยากจะเจอเพื่อนๆ ปีนี้ก็มีนู๋ลี่ออกหน้ารับติดต่อประสานงานกับร้านที่จะไป เพื่อนที่จะไปให้

เราก็สบายตัว กะว่างานนี้ คงผ่านได้อย่างสบายๆ แค่รอเวลาแล้วเดินทางไปสังสรรค์ ไปเจอกะเพื่อนๆ ที่นานน๊าน จะเจอกันซักที ก็เริ่มนัดพูดคุยกันไว้ต้องแต่ 28 ธันวานะ ว่าวันที่ 1 ตอนเย็นๆ ทำตัวให้ว่างๆไว้ เดี๋ยวไปกินข้าว (อาจร้อง คาราโอเกะ ด้วย) เราก็เช็คเลยว่า โอเควันนั้น คิวว่างตลอด ไม่มีปัญหาอะไร ไปได้เต็มที่ ถ้ามีร้านแล้วจะโทรบอกอีกทีว่าที่ไหน

จนแล้วจนรอด นู๋ลี่ก็ยังไม่โทรมายืนยันซักทีว่า ร้านไหน เราก็โทรไปหากิ๊ก กะ ยุ้ย ว่าเออ...ตกลงร้านไหนล่ะ จะได้รู้แล้วบอกเพื่อนๆ ที่จะไปด้วยถูก

ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าร้านไหน จนถึงวันที่ 1 เช้ามาเอ็มก็โทรถามกิ๊ก กะ ยุ้ย อีกรอบ ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็เลยถามลี่ว่า ตกลงจะไปกิน+เกะ ร้านไหน จะได้โทรจองให้ เพราะร้านประเภทนี้ จำเป็นต้องโทรจองล่วงหน้า ไปหาน้ำบ่อน้ำ ลำบาก ก็เลยรู้ว่าลี่คุยกะปอมว่า จะไปร้านใบไม้ร่าเริงตรงแยกอโศก เพราะอยู่ระหว่างกลางของเพื่อนๆทุกคน (ประเด็นหลัก ในการหาร้านเลย) เราก็โอเค โทรเช็คทางร้านเลยว่า มีห้องขนาด 10 ท่านมั้ย จะขอจอง เพื่อไปในเย็นนี้ ทางร้านก็บอกว่าเต็มทุกห้อง เหลือแค่ห้องขนาด 20 ท่าน (1800 บาท - -a) เอาแล้วไง

แพงจัง เราก็ขอจองไปในขนาด 10 ท่านไว้ก่อน เผื่อจะมีใครโทรมายกเลิกห้อง ตกเย็นก็ไปรับปอม แล้วไปดูราคา Notebook ที่ว่าจะถอยมาใช้สักเครื่องนึง เริ่มมีความจำเป็นต้องใช้ แล้วด้วยความว่าเป็นช่วงปีใหม่

ร้านก็เลยปิดตรึม แต่ก็ยังพอได้ราคามาบ้าง แล้วก็ไปร้านใบไม้ร่าเริงเพื่อยืนยันห้องที่จองไว้ว่ามีมั้ย ทางร้านแจ้งว่าได้เคลียร์ห้องขนาดเล็กลง (15 ท่าน 1500 บาท) ไว้ให้แล้ว โอ T_T มันก็ยังแพงไปสำหรับเพื่อนๆ ที่คาดว่าจะมาแค่ 7 คน ก็เลยวกกลับไปตั้งต้นรอเพื่อนๆที่ ฟอร์จูนว่า เอาไงต่อ เพราะกิ๊ก, ลี่ บอกว่า 1500 แพงไป

จนเวลาราวๆ 1 ทุ่ม ยุ้ย กับ บูน ก็มาถึง ก็เดินทางไป Lotus รามอินทรา เพื่อไปรับกิ๊ก แล้วจะได้ไปที่ร้านต่อ แต่ด้วยความผิดพลาดแล้วไม่ทันเหตุการณ์ของการสื่อสารระหว่างทีมรถด่วน กะ ต้นโผ ทำให้ไม่ได้รับกิ๊กมาในขบวนรถด่วน และได้มุ่งหน้าไปยังร้านปั้นหยาต่อเพื่อตรวจสอบว่ามีห้องสำหรับร้องคาราโอเกะมั้ย (เริ่มเป็นประเด็นหลักของคืนนี้ไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่เตรียมมาร้องกันเต็มที่เลย) สรุปว่าพอถึงที่ร้านปั้นหยาแล้ว ก็กินแห้วกันไปตามระเบียบเนื่องจากดึกและเป็นช่วงเทศกาลห้องเลยเต็ม

และหลังจากที่คุยกันเอง (เอ็ม, ปอม, ยุ้ย, บูน) เราก็กันเหนียวโดยให้บูนโทรไปเช็คที่วังหินว่า ห้องว่างมั้ย ขนาดประมาณ 10 ท่าน ก็ได้รับคำตอบว่าเต็มหมด มีแต่ขนาด 15 ท่าน 1400 ก็ตกลง (แกมบังคับ) เพื่อนๆว่าไปเถอะ เพราะตอนนี้เราได้เสียค่าน้ำมันไปเกินกว่าคำว่าแพงไป

ไปแล้ว ก็เลยแจ้งไปยังก๊วนหนุ่มและพงษ์ที่กำลังตามมาสมทบว่า เดี๋ยวเจอกันที่ร้าน วังหินวิลล่า ชื่อคุณชัยกร กว่าจะไปถึง ด้วยความว่าไม่เคยไปอ่ะ เคยไปแต่วังหิน ไอส์แลนด์ เลยงง งงกันเล็กน้อยว่าร้านมันอยู่ตรงไหนฟระ เสียเวลาไปอีกเล็กน้อย กว่าจะได้เริ่มร้องกันจริงก็ปาไป 2 ทุ่มนิดหน่อย แต่ไม่อยากเสียเวลา มาถึงก็เริ่มเลย สั่งอาหารครับ หิวกันแล้ว แล้วก็เริ่มร้องคาราโอเกะกันเลย

เฮ้อ.....เล่าเหนื่อยแหระ *0* ขอพักก่อนนะ ดูรูปไปพลางๆ ระหว่างนั้นแล้วกัน
13 settembre
ในที่สุดเทศกาลเดินสายงานการกุศลก็กลับมาเยือนตามคำเรียกร้อง (ของใครก็ไม่รู้) อีกครั้งหนึ่ง เป็นผลทำให้เราได้มีโอกาสไปโยนโบว์ ของ เมเจอร์ ที่ค่าโยนแพงมากๆ
เกมส์ละตั้ง 100 ค่ารองเท้าก็ปาเข้าไป 40 เล่นกันครั้งนึงไม่ถูกเลย อ๊ะแต่ยังไงคราวนี้เราก็ได้ไปโยนฟรี (มีผู้ใหญ่ออกให้ ตั้ง 3พัน
) ของฟรีๆ อย่างนี้เราเลยไม่ยอมพลาดโอกาสซักที ต้องไปให้ได้ทุกครั้ง เปลืองค่าน้ำมันนิดหน่อย แต่ก็คุ้ม
ยังไงก็ตาม มีข้อสังเกตุ เล็กๆน้อยๆ จาก เมเจอร์โบว์ครับ คือลูกโบว์จะไหลลื่นกว่าที่อื่น และสภาพของลูกโบว์ลิ่ง ต้องยอมรับครับว่าอยู่ในสภาพที่ดีมากๆ ไม่มีปัญหาที่สอดนิ้วเลย เคยเจอที่อื่นแล้วที่มันบิ่นๆ ทำให้เวลาโยนจะเกิดการบาดเจ็บที่นิ้วได้

แต่ก็ยังไม่วายเจอปัญหาครับ ลูกโบว์ลิ่งของที่นี่ รูสำหรับสอดนิ้ว เล็กกว่าที่อื่นๆมากครับ เลยต้องหาลูกเบอร์ใหญ่กว่าที่อื่นตั้ง ปอนด์ เพียงแค่จะให้สอดนิ้วได้อย่างไม่คับแคบ ปวดนิ้ว ก็ทำให้เวลาโยนก็ลำบากเพิ่มขึ้นแล้วยังทำให้ คอนโทรลลูกไม่ค่อยได้อีก แบบเพาเวอร์เพิ่มขึ้น ค่าการคอนโทรลลดลง เป็นของคู่กัน ซ้ำร้ายแค่นั้นยังไม่พอ ยังมีรองเท้าอีก

ปกติที่อื่นๆ มันจะลื่นนิดๆ เราก็ซ้อมมาจนชินแล้วว่า ลื่นไปนิดนึงจะทำให้เราโยนได้นิ่ง เงียบไม่มีเสียงตึงตัง โครมคราม ของเมเจอร์โบว์ รองเท้าดีเกินไปครับ

เหมือนกับระดับยังไม่สามารถพอที่จะใช้รองเท้าที่หน้าลื่น แต่หลังหนึบ เวลาจะโยนเนี่ย ลำบากมากๆ เพราะว่ากำลังก้าวเข้าสเต็ป แต่ก็ไปสะดุดปลายทุกทีสิน่า ค่าคะแนนที่ได้โดยรวมเลยเป็นกราฟลดลงเรื่อยๆ

แต่ก็ดี เพราะเราไปแข่งให้งานศิษย์เก่าของโรงเรียนอัสสัมชัญ

ไม่ต้องแสดงตัวว่าเราเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนคู่แข่งตลอดกาลของอัสสัมก็ดี เพราะเราเป็นศิษย์เก่า กรุงเทพคริสเตียน

ไว้มีงานไหนเป็นของที่ กรุงเทพคริสเตียนจัด ต้องซ้อมก่อนไปงานเต็มที่ จะได้ไม่ขายหน้าเค้า
จะอย่างไรก็ตาม สังเกตุดีดี จะเจอแต่หน้าเดิมๆ ที่ไปโยนด้วยกันเสมอมา เสมือนหนึ่งว่านี่แหล่ะ คือทีมการกุศลของบริษัท
01 agosto
เมื่อเวลาผ่านไป....นานนับครึ่งทศวรรษ ภาพเก่าๆ เริ่มจางหาย กลับมีภาพใหม่ๆ ที่ถูกแต่งแต้มเติมสีไปตามกาลเวลา แต่แม้ว่ากาลเวลาจะหมุนไปนานเพียงใด ความทรงจำที่จางลงไปเท่าไหร่ ขอเพียงมีคนไปสัมผัสกับมันอีกครั้ง ความทรงจำอันมีค่าเหล่านั้นก็จะกลับมาโดดเด่น กว่าความทรงจำใหม่ๆ แม้เพียงชั่วคราว เราจึงควรจะมีกล่องความทรงจำ ที่เก็บเรื่องราวต่างๆ ไว้ให้มากพอเพียงต่อคุณค่าของมัน เมื่อก่อนเราอาจจะเก็บมันไว้ใน Daily เล่มใหญ่เล็ก สอดแทรกด้วยภาพนิ่งอีกมากมาย ตามประสาคนช่างเขียน ช่างจด ช่างจำ แต่พอกาลเวลาผ่าน วันเวลาเปลี่ยนจากบันทึกในสมุด เริ่มเปลี่ยนเป็นบันทึกด้วย กล้องวิดีโอ ภาพดิจิตอล แต่ยังมีข้อจำกัดว่าเป็น บันทึกส่วนตัว (ส่วนตัวจริงๆ เพราะยากเกินกว่าจะนำไปให้เพื่อนๆ ทุกคน สามารถที่จะมาดูด้วยกันได้ เนื่องจาก แต่ละคนย่อมมีหนทางชีวิตที่ไม่เหมือนกัน แยกย้ายกันไปตามภูมิลำเนาที่เกิดมา บางคนก็มีโอกาสได้ไปร่ำเรียนถึงต่างประเทศ แล้วเราจะส่งสิ่งดีๆ เหล่านี้ ที่อยากจะให้เพื่อนดูด้วยกัน หัวเราะด้วยกันได้อย่างไร) จนมาถึง ณ ช่วงปัจจุบัน (พ.ศ. 2548) สื่ออินเตอร์เนทได้แพร่ขยายออกมามาก และ มีพื้นที่สำหรับเก็บ Daily ให้อย่างมากมาย สามารถเรียกดูได้จากทั่วทุกที่ ในมุมโลกนี้ ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปยัง โลกไซเบอร์ได้ ทำให้เราสามารถแบ่งปัน ความทรงจำให้แก่เพื่อนๆ สามารถรับรู้ และ ยังจำวันวานเก่าๆ ที่เพื่อนๆเคยมีต่อกันได้มิ ลืมเลือน
ปล. คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนเลยนะ ว่างๆ ก็นัดมาเจอกันบ้างก็ดีนะ มีเพื่อนๆหลายคนเริ่มบ่นแล้ว ว่าชักจะจำหน้าเพื่อนๆ บางคนไม่ได้ อย่างน้อยเอ็มก็อยากให้มาลองดูใน Blog นี้ที่จะเก็บรูปเพื่อนๆ ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ งวดหน้า จะเอาวันเกิดเพื่อนๆ ทุกคนที่เรายังจดบันทึกไว้มาขึ้นเวป แล้วก็เบอร์โทร เพื่อนๆ ล่าสุดที่เรามี ถ้าเบอร์ใครไม่ตรง บอกนะ จะได้แก้ไขปรับปรุงให้
17 luglio
อะแฮ่ม เรื่องเล่าเย็นนี้มาแล้วคร๊าบบบบบ
เกริ่นนำกันเล็กน้อย เกี่ยวกับการโยนโบว์
เนื่องจากเป็นโบว์การกุศล จึงมีการคิดคะแนนที่ต่างไปจากการโยนโบว์ปกติดังนี้
เมื่อคุณโยนแล้วลงเป็นเลขคู่ จะถือว่าคุณโยนสไตรค์

ชอบอ่ะดิ โยนลงแค่ 2 ก็สไตรค์แล้วอ่า

หรือว่า ถ้าโยนลงเป็นเลขคี่ ก็จะถือว่าคุณโยนได้สแปร์

อันนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ก็ยังดีง่ะ

แต่หากคุณนึกสนุก

ไปล้างท่อเข้า ก็เหมือนกติกาปกติครับ คือ โบ๋คับ
เอาล่ะ......เกริ่นมากัน ก็กินที่ปายเยอะละ แบบงานโบว์วันนี้ เราเพิ่งรู้ว่าจะต้องเดินทางไปแข่งอย่างเป็นทางการ วันศุกร์เอง

มันเลยเป็นเหตุให้เรา มะได้ปายซ้อมโยนโบว์ล่วงหน้าง่ะ สกอร์ที่ออกมาวันนี้ เลยเละๆ ยังไงก็ไม่รู้ โยนกลางเก็บขวา เก็บซ้าย เปงว่าเล่นเลยอ่ะ

แถมวันนี้ยังตื่นสาย ไปแข่งไม่ทันใน 2 รอบแรก ได้แข่งจริงๆ ก็รอบสุดท้ายล่ะ

นัดแข่ง 10โมง เพื่อนที่ทำงานเขาก็บอก เจอกันที่ ซีคอน 9โมงครึ่งแล้ว (ขนาดนัดก่อนกำหนดแข่งจริงนะเนี่ย ยังอุตสาห์จะไปสายอีก) ก็โดนพิษไข้เกมส์เล่นงานอีก อิอิ (มัวแต่ปายออกรอบ ปังย่าออนไลน์อยู่ง่ะ ตอนนี้มีถ้วยเงิน 1 ถ้วย ถ้วยทองแดง อีกถ้วยแล้วน้า) เลยทำห้ายตื่นสายไปนิด กว่าจะอาบน้ำได้ ก็รอเครื่องทำน้ำร้อนอีก

มะรู้เปงงาย มะยอมร้อนซะที

กว่าจะร้อน ก็รอซ้า.....ไปโยนโบว์สายเยย แต่และแล้ว ฟ้าก็ยังมะทิ้งเรา ที่มีเพื่อนตื่นสายเหมือนกัน ก็เลยขับรถไปรับซะหน้าบ้านเลย แล้วไปโยนสายกันทั้งคู่

พอปายถึงก็ออกเดินทางหารองเท้า
ฟรี 
ก่อนเยย เอ้า.....งงอ่ะดิ ว่าฟรีได้งาย ยังไงก็ต้องเสียตังค์จ่ายค่ารองเท้าช่ายมะ หุหุ ง่ายนิดเดียวเอง เราก็ไปขอรองเท้าจากคนที่เขาเล่นจบแล้วงาย

แล้วปายขอเปลี่ยนเบอร์รองเท้าที่ห้องรองเท้า เอาเบอร์ของเท้าเรา ซึ่งถ้าวัดแล้วจาได้เบอร์ 8ครึ่ง แต่เพื่อความสบายเท้าแล้ว

จึงจำเป็นต้องขยับเบอร์นิดนึงเป็นเบอร์ 9 สวมใส่ได้สบายเท้าเลย แล้วก็เริ่มซ้อม (เจงๆ ชาวบ้านเขาแข่งแล้ว

เราก็ซ้อมตอนนั้นเลยอ่ะ แบบซ้อมตอนแข่งง่ะ) เลยทำให้สกอร์ออกมา 112 เท่านั้นเอง (

อย่าลืมนะว่าใช้กติกาพิเศษอยู่) แบบออกลีลาได้สวยงาม เด๋วพ่วงรูปห้ายตอนท้าย Blog งับ แต่ด้วยความที่ว่ายังมะหายอยากในการโยน ก็เลยโยนต่ออีกซะ 2 เกมส์ใหญ่ๆ (

อันนี้กติกาปกติแย้ว) คะแนนที่แท้จริงเลยปรากฎ ออกมาเยย เกมส์แรก จบสกอร์ด้วยคะแนน 89 เกมส์ที่สอง ฟอร์มเริ่มขึ้น ไฟเริ่มติด คะแนนขยับมาเปง 101 อิอิ
เล่นเสร็จก็ที่ยง เหนื่อยละ หิวละ

ก็เลยปายทาน Mcdonal ซะเลย ได้เจอกะพี่โรนัลด้วย ตัวใหญ่ชะมัด

มะรู้กินรายมา แต่เราอ่ะกินเบอร์เกอร์ปลา จนอิ่มเลย (ชุดเดียวน้า มะมีเบิ้ล) พี่โรนัล มีเดินมาแจกของเดะๆ ด้วย (เราก็ได้ง่ะ

) แล้วก็ขอถ่ายรูปกลุ่ม ซะนิดนึง
ปล. เสียดายถ้าเวปนี้เอาคลิปมารันได้ก็จะดีอ่ะ มีที่โยนสวยๆ ห้ายดูด้วย 
08 luglio
จากที่ปอม เรียกร้องให้ส่งเบอร์โทรศัพท์ มาติดต่อเรา เพื่อจะนัดไปเที่ยว, ร้องคาราโอเกะ, รวมตัวไปทานข้าว และอื่นๆ
ให้ติดต่อมาที่เรา เนี่ย เราก็โอเคนะ
ก็ฝากเบอร์เพื่อนๆ ที่อยากให้ติดต่อมาได้เลยคับผม

เอ็มจะเป็นตัวกลางในกลางติดต่อประสานกับเพื่อนๆ ให้ละกาน
เอ็มยินดีให้บริการเพื่อนๆ เสมอ (ทำเท่าที่จะทำได้เท่านั้นนะคร๊าบ....

) วันไหน เราไม่ว่าง ก็ไม่ทำเหมือนกันอ่ะ แต่
จะส่งต่อไปยังสายงานเพื่อนๆ ที่ว่างอยู่ให้ติดต่อไปแทน

ยังไงก็อย่าลืมครับ ช่วงนี้น้ำมันขึ้นราคาแล้ว เดินทางไปร้องรำ
ทำเพลง, ทานข้าว หรือว่าอื่นๆ ช่วยวางแผนเส้นทางเดินรถกันนิด จะได้ประหยัดกันเยอะๆ มีเงินไว้เที่ยว ดีกว่ามีเงินไว้
จ่ายค่าน้ำมันนะเออ
งานคราวนี้เราจะยอมเป็นประธานการติดต่อประสานงานให้ ในครั้งแรกก่อน ส่วนครั้งถัดไป ก็จะหาคนอื่นที่เหมาะสม
มารับช่วงต่อ (หวังว่า......
คงจะไม่ใช่เรา ตลอดไป)