Profilo di นพพลM Information TechnologyFotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


15 agosto

ใครอยากไปเที่ยวเมืองโบราณยกมือขึ้น 0/

เป็นการเที่ยวทั่วไทย ในราคาตั๋วคนละ 100บาท * จำนวนคน +รถยนต์นั่ง 50บาท (รถเก๋ง) แถมแผนที่ให้ด้วย แค่นี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาเที่ยวกันมากมาย เพราะจุดเที่ยวสำคัญๆ ที่นี่ได้จำลอง (ย่อ) มาให้ถึงที่ เดินทางก็ไม่ยากมาก แค่หลงๆ เบลอๆ นิดหน่อย (นอนน้อยอ่ะ) มื้อเที่ยง ก็ง่ายๆ ซื้อกับข้าว มาทำเตรียมเอาไว้ ไปนั่งกินที่ริมน้ำ ศาลาอรหันต์ มีขนมปังปิ้งโรยน้ำตาล, ทาช็อคโกแลต, ทาแยมสตอเบอรี่, ผัดหมี่, หมูยอทอด, ทอดมัน เยอะอ่ะ อิ่มมั่กๆ กินเสร็จแล้วก็เดินทางต่อได้
09 maggio

แอ่วเหนือ 3 วัน เดินทาง 22 ชั่วโมง

หลักๆ กะไปงานแต่งของปุ้ย (นุจรีย์) ที่แต่งไกลเพื่อนๆ แต่ใกล้ญาติ ( กะถูกต้องนี่หน่า) ส่วนของแถมที่ได้จากการไปแอ่วเหนือ กะคือการเดินทางไหว้พระธาตุที่ลำปาง, ดอยสุเทพ, ลำพูน + เที่ยวอีกสารพัด เพียงแต่ดึกแล้ว เด๋วมาจับใจความให้ฟังใหม่อีกรอบ
16 aprile

Ts Trip on pataya

เอาง่ายๆก่อน ดูรูปไป เรื่องเดี๋ยวค่อยมาเล่า ต่อ
28 marzo

ฟาร์มโค ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ก่อนอื่นเลยก็ต้องบอกให้ทุกๆคน ได้รู้ว่าหากจะต้องเป็นคนที่ขับรถเดินทางไกลๆ ควรจะนอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่น้อยกว่า 7 ช่วโมง ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการเหนื่อยล้าได้ง่ายเวลาขับรถ ดังที่จะเล่าต่อไปนี้...
เริ่มจากที่อาโกวถามเอ็มว่า วันที่ 18 มีนา นี้ว่างมั้ย จะให้ช่วยขับรถพาหลานไปเที่ยวหน่อย  เอ็มกะตอบไปว่าว่างครับ ไม่ได้ไปไหน จริงๆวันเสาร์อ่ะว่าง แต่วันศุกร์นั้นเคลียร์งานเสร็จดึกไปหน่อย กว่าจะถึงบ้านก็ร่วมๆ 3ทุ่มครึ่ง ก็อาบน้ำนอนเลย เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางไกล พอสมควร ไปฟาร์มโชคชัย และต้องไปรับอาโกวอีกคนนึง ที่บ้านเขาตรงศรีนครินทร์  โอ้...แล้วต้องไปฟาร์มโชคชัยให้ทัน 10โมงครึ่งด้วย ก็เลยตั้งปลุกซะ 6 โมงเช้า กะตื่นขึ้นมาอย่างสโรสเร พอสมควร ก็ไปอาบน้ำ กินข้าว แล้วก็คงมารอโกวตั้งแต่ 7โมงเช้า แต่กว่าหลานจะลงมา กว่าโกวจะลงมาพร้อมออกเดินทางก็เกือบ 8โมงเช้าแล้ว  งานนี้มีเซ็งนิดหน่อย ที่พึ่งรู้ว่า อาโกวอีกคนไม่ไปแล้ว หลานอีกคนก็ไม่ไป เอ็มก็เลยตื่นเช้าเก้อเลย
 
พอถึงเวลาออกเดินทางจริง ก็มีอาการอย่างที่คิด ก็คือง่วงครับ  ง่วงมากด้วย พยายามขับไปเรื่อยๆ ให้ถึงปั้มเจ็ททีวังน้อย แต่วืดอ่ะ เข้าทางเข้าปั้มไม่ทัน เลยต้องฝืนต่อไปอีกจนถึงสระบุรี (ระหว่างนั้น ก็มีล้างหน้า ล้างตานิดหน่อย) เข้าปั้มเจ็ทก็ตรงดิ่งไปที่ร้านกาแฟสดทันที เพราะไม่ไหวแย้วววว ก็สั่งมอคค่าไปแก้วนึง แล้วอาโกวก็ตามเข้ามา ก็สั่งมอคค่าเบิ้ลไปอีกแก้ว ก็ดีขึ้นมาหน่อย ก็รีบบึ่งไปจนถึงฟาร์มโชคชัย โอเคว่าสามารถมาถึงในเวลา 10โมง 20 แล้วก็พึ่งรู้อีกแล้วว่าโกวเขาโทรมาเลื่อนรอบที่จะเข้าชมไปแล้ว เป็น 11โมงครึ่ง ก็มีการไปขอเปลี่ยนรอบใหม่ เป็นเข้าชม 10โมง 40 
 
พอ 10 โมงครึ่งเขาก็เรียกผู้เข้าชมรอบ 10โมง 40 ให้เข้าไปฟังประวัติความเป็นมาของฟาร์มว่ามีที่มาที่ไปยังไง ถึงได้เป็นฟาร์มที่ใหญ่ขนาดนี้ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที แล้วก็เข้าไปในตัวฟาร์มโชคชัยจริงๆ โดยที่เขาจะให้ล้างมือฆ่าเชื้อ และเหยียบน้ำผสมสารเคมี เพื่อทำให้ปราศจากเชื้อโรค
 
จากนั้นก็ได้ไปดู การรีดน้ำนมวัว โดยใช้เครื่อง และ ใช้มือรีดนมวัว โดยจะดูจากเต้านมก่อนว่ามีน้ำนมมากแค่ไหน (ใหญ่ ขนาดไหน แต่จะบอกว่ามีตัวนึงอ่ะ ใหญ่มากๆเลย) ถัดจากรีดนมวัวแล้ว จะได้น้ำนมวัวดิบๆ มาซึ่งจะยังไม่สามารถนำไปรับประทานได้ ยังมีเชื้อโรคอยู่เยอะ เขาก็เลยพาไปที่ห้องนั่งชม ห้องพาสเจอไรค์น้ำนมและทำไอศครีม Umm..Milk โดยผ่านเครื่องอะไร จำชื่อเครื่องไม่ได้ ประมาณ 4-5เครื่อง หลักๆคือการทำให้นมมีอุณหภูมิ สูง แล้วก็ลดอย่างฉับพลัน เพื่อเป็นการช็อคเชื้อโรคต่างๆ ให้ตายหมด วิธีทำไอศครีม จำไม่ได้แล้ว พอออกมาจากห้องนั่งชมก็มีแจกไอศครีม Umm.Milk คนละ 1 คำ เพราะมันน้อยมาก
 
และเมื่อได้ชิมเรียบร้อยก็มีการโฆษณานิดหน่อยว่าถ้าอร่อย ให้ซื้อกินกันเยอะๆนะ  แล้วก็ขึ้นรถเดินทางเข้าไปในฟาร์มโชคชัย ระหว่างทางที่จะถึงที่โชวขี่ม้า จับวัว เขาก็แนะนำถึงหญ้าที่ปลูกไว้สำหรับวัว แต่ละช่วงอายุ และอธิบายการคัดแยกวัวอยู่เป็นคอกๆ ว่าทำไมถึงจัดแบบนี้ พอถึงจุดโชว์ขี่ม้า จับวัว เขาก็มาแนะนำตัวนิดหน่อย แล้วก็มีคาวบอยออกมาขี่ม้าโชว์ ว่าจะให้ม้า เดินหน้า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ถอยหลัง ต้องทำยังไง รวมถึงวิธีการหยุดม้าด้วย และมีการโชว์ ใช้แส้แบบต่างๆ (ไม่ใช่ พวก SM นะอย่าเข้าใจผิด) ทั้งวิธีหวดให้เสียงเกิดขึ้นที่ไหน หรือหวดไม่มีเสียง จากนั้นก็มีคาวเกิร์ล ออกมาควงปืนสั้นคู่โชว์ ก็หมุนปืนไป หมุนปืนมาอ่ะ ไม่มีโชว์ยิงนะ เสร็จแล้วจึงเป็นการโชว์ขี่ม้า แล้วจับวัว โดยมีการบอกวิธีคล้องเชือกยังไงไม่ให้วัวขาดอากาศ จบๆๆๆ จำไม่ได้ว่ามีอะไรต่อแล้ว ข้ามไป ที่อีกจุดนึงเลยละกัน
 
โดยจุดนี้จะเป็นการโชว์สุนัขต้อนแกะ ตัวละหลายแสน (ตำแหน่งแชมป์ของออสเตรเลีย) ในวิธีต้อนแกะที่กว้าง และที่แคบ โดยใช้เสียงเห่า และวิ่งไล่ แล้วก็อธิบายวิธีจับแกะในท่าต่างๆ (แกะไม่ใช่แพะ อย่ามาจับแพะแถวนี้นะ ไม่มีหรอก) รวมจนถึงวิธีจับแกะนอนฉีดยาต่างๆ ด้วย แล้วก็ไปที่สุดท้ายของฟาร์มแล้ว
 
นั่นคือการโชวความสามารถของสุนัข ที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีคือ มีลิงขี่หมา (เหมือนคนขี่ม้า) แล้วก็ให้สุนัขเลี้ยงนนวัว โดยสุนัขจะเอาขวดนมคาบไว้ให้วัวมาดื่มกินอย่างอร่อย และมีสุนัข พุดเดิ้ลโชว์ กระโดดลอดห่วง (เหมือนผีดิบกระโดดเลย) โชว์สุนัขกระโดดเชือก (สงสัยจะโดดจนติดลม เขาหยุดหมุนเชือกยังโดดอยู่เลย) สุดท้ายก็โชว์สุนัขเดินลอดห่วง (ฮูลาฮูลา) มันจะค่อยๆ ย่อตัวลงให้ลอดพ้นอะ
 
จบโชว์ปุ๊บเขาก็ปล่อยให้เราไปเดินเล่นเองในพื้นที่คล้ายสวนสัตว์ ก็มีสัตว์ต่างๆ เยอะน่าดู
 
พอเที่ยวก็เสร็จเดินทางไปนั่งกินข้าวที่เขื่อนลำตะคองกันต่อ อาโกวกับหลานอ่ะกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เราเหรอก็มีเวลาแล้วนี่ นอนดีกว่า  ได้พักงีบสองงับก็ดีขึ้นมาบ้าง ก็ถึงเวลาเดินทางกลับกรุงเทพซักที แล้วต้องแวะที่ไร่สุวรรณ เพื่อซื้อข้าวโพด แล้วน้ำนมข้าว กับไปฝากอาโกวอีกคนที่กรุงเทพ แต่พอมาจะถึง ไม่อยากจะบ่นเลยว่ารถติดมากมายมหาศาล กว่าจะถึงร้านอาหารบัวที่ศรีนครินร์ แล้วก็เดินทางกลับบ้าน ด้วยความอ่อนแรง
 
 
จบแล้ว ที่เหลือดูรูปเอานะ
02 gennaio

คาราโอเกะ อลวน

              กว่าพวกเราชาว IMI จะมารวมตัวกันได้ซักทีนึงเนี่ยมันช่างลำบากยากเย็น  เพราะแต่ละคนก็ทำงานคนละที่ ว่างคนละเวลา ไม่ค่อยว่าง พร้อมมาเจอกันเท่าไหร่ พอสบโอกาส หาเวลาที่พอจะมารวมตัวกันได้ก็มีปีละไม่กี่หน ยังไม่แคล้วเจอปัญหาอีก
           เนื่องด้วยเริ่มต้นอยากจะเจอเพื่อนๆ ปีนี้ก็มีนู๋ลี่ออกหน้ารับติดต่อประสานงานกับร้านที่จะไป เพื่อนที่จะไปให้  เราก็สบายตัว กะว่างานนี้ คงผ่านได้อย่างสบายๆ แค่รอเวลาแล้วเดินทางไปสังสรรค์ ไปเจอกะเพื่อนๆ ที่นานน๊าน จะเจอกันซักที ก็เริ่มนัดพูดคุยกันไว้ต้องแต่ 28 ธันวานะ ว่าวันที่ 1 ตอนเย็นๆ ทำตัวให้ว่างๆไว้ เดี๋ยวไปกินข้าว (อาจร้อง คาราโอเกะ ด้วย) เราก็เช็คเลยว่า โอเควันนั้น คิวว่างตลอด ไม่มีปัญหาอะไร ไปได้เต็มที่ ถ้ามีร้านแล้วจะโทรบอกอีกทีว่าที่ไหน 
             จนแล้วจนรอด นู๋ลี่ก็ยังไม่โทรมายืนยันซักทีว่า ร้านไหน เราก็โทรไปหากิ๊ก กะ ยุ้ย ว่าเออ...ตกลงร้านไหนล่ะ จะได้รู้แล้วบอกเพื่อนๆ ที่จะไปด้วยถูก ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าร้านไหน จนถึงวันที่ 1 เช้ามาเอ็มก็โทรถามกิ๊ก กะ ยุ้ย อีกรอบ ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็เลยถามลี่ว่า ตกลงจะไปกิน+เกะ ร้านไหน จะได้โทรจองให้ เพราะร้านประเภทนี้ จำเป็นต้องโทรจองล่วงหน้า ไปหาน้ำบ่อน้ำ ลำบาก ก็เลยรู้ว่าลี่คุยกะปอมว่า จะไปร้านใบไม้ร่าเริงตรงแยกอโศก เพราะอยู่ระหว่างกลางของเพื่อนๆทุกคน (ประเด็นหลัก ในการหาร้านเลย) เราก็โอเค โทรเช็คทางร้านเลยว่า มีห้องขนาด 10 ท่านมั้ย จะขอจอง เพื่อไปในเย็นนี้ ทางร้านก็บอกว่าเต็มทุกห้อง เหลือแค่ห้องขนาด 20 ท่าน (1800 บาท - -a) เอาแล้วไง  แพงจัง เราก็ขอจองไปในขนาด 10 ท่านไว้ก่อน เผื่อจะมีใครโทรมายกเลิกห้อง ตกเย็นก็ไปรับปอม แล้วไปดูราคา Notebook ที่ว่าจะถอยมาใช้สักเครื่องนึง เริ่มมีความจำเป็นต้องใช้ แล้วด้วยความว่าเป็นช่วงปีใหม่  ร้านก็เลยปิดตรึม แต่ก็ยังพอได้ราคามาบ้าง แล้วก็ไปร้านใบไม้ร่าเริงเพื่อยืนยันห้องที่จองไว้ว่ามีมั้ย ทางร้านแจ้งว่าได้เคลียร์ห้องขนาดเล็กลง (15 ท่าน 1500 บาท) ไว้ให้แล้ว โอ T_T มันก็ยังแพงไปสำหรับเพื่อนๆ ที่คาดว่าจะมาแค่ 7 คน ก็เลยวกกลับไปตั้งต้นรอเพื่อนๆที่ ฟอร์จูนว่า เอาไงต่อ เพราะกิ๊ก, ลี่ บอกว่า 1500 แพงไป  จนเวลาราวๆ 1 ทุ่ม ยุ้ย กับ บูน ก็มาถึง ก็เดินทางไป Lotus รามอินทรา เพื่อไปรับกิ๊ก แล้วจะได้ไปที่ร้านต่อ แต่ด้วยความผิดพลาดแล้วไม่ทันเหตุการณ์ของการสื่อสารระหว่างทีมรถด่วน กะ ต้นโผ ทำให้ไม่ได้รับกิ๊กมาในขบวนรถด่วน และได้มุ่งหน้าไปยังร้านปั้นหยาต่อเพื่อตรวจสอบว่ามีห้องสำหรับร้องคาราโอเกะมั้ย (เริ่มเป็นประเด็นหลักของคืนนี้ไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่เตรียมมาร้องกันเต็มที่เลย) สรุปว่าพอถึงที่ร้านปั้นหยาแล้ว ก็กินแห้วกันไปตามระเบียบเนื่องจากดึกและเป็นช่วงเทศกาลห้องเลยเต็ม  และหลังจากที่คุยกันเอง (เอ็ม, ปอม, ยุ้ย, บูน) เราก็กันเหนียวโดยให้บูนโทรไปเช็คที่วังหินว่า ห้องว่างมั้ย ขนาดประมาณ 10 ท่าน ก็ได้รับคำตอบว่าเต็มหมด มีแต่ขนาด 15 ท่าน 1400 ก็ตกลง (แกมบังคับ) เพื่อนๆว่าไปเถอะ เพราะตอนนี้เราได้เสียค่าน้ำมันไปเกินกว่าคำว่าแพงไป  ไปแล้ว ก็เลยแจ้งไปยังก๊วนหนุ่มและพงษ์ที่กำลังตามมาสมทบว่า เดี๋ยวเจอกันที่ร้าน วังหินวิลล่า ชื่อคุณชัยกร กว่าจะไปถึง ด้วยความว่าไม่เคยไปอ่ะ เคยไปแต่วังหิน ไอส์แลนด์ เลยงง งงกันเล็กน้อยว่าร้านมันอยู่ตรงไหนฟระ เสียเวลาไปอีกเล็กน้อย กว่าจะได้เริ่มร้องกันจริงก็ปาไป 2 ทุ่มนิดหน่อย แต่ไม่อยากเสียเวลา มาถึงก็เริ่มเลย สั่งอาหารครับ หิวกันแล้ว แล้วก็เริ่มร้องคาราโอเกะกันเลย
 
 
 
 
                                       เฮ้อ.....เล่าเหนื่อยแหระ *0* ขอพักก่อนนะ ดูรูปไปพลางๆ ระหว่างนั้นแล้วกัน
 
05 dicembre

โดดเดี่ยวที่พัทยา

ตอนแรกตั้งใจจะไปเที่ยวพัทยากันหนุกๆ แต่ไหง ต้องไปแบบเหงาๆ หว่า  อย่างนี้ต้องโทษบักชูก่อนเลย ที่เบี๊ยวตรูไปกะที่บ้านซะยาวเชียว ทริปนี้เลยเป็นทริปที่ต้องซื้อกับข้าวเอง ทำเอง กินเอง เก็บเองทุกๆอย่าง เลยไม่ได้เล่นน้ำเลย  แบบว่ากลัวของหายอ่ะ ม่ายมีคนดูให้ ได้แค่เดินๆ เลียบชายหาด  ครั้นว่าจะไปไร่องุ่น กะวัดญาณ กะดั้นฝนมาตกไม่ให้เราไปซะงั้น เลยเซ็งแด่ว กลับกรุงเทพดีก่า ไปเที่ยวมาคราวนี้ ใช้เวลาเดินทางขาไปทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง (ขับประหยัด 200 กิโลใช้น้ำมันไม่ถึงครึ่งถัง) วิ่ง90-100 แต่ขากลับนานกว่า 3ชั่วโมงครึ่ง (ขับประหยัดอีกรอบ 220 กิโล ใช้น้ำมัน เกือบครึ่งถัง แบบเจอรถติดอยู่ที่พัทยากลาง ลากยาวจนถึงชลบุรี  เลยเปลืองหน่อย) วิ่ง 90-110 แบบว่าดึกแหระ ต้องทำเวลานิดนึง
06 novembre

ไปเที่ยวตรีมเวิร์ล มา

เหนื่อย เหนื๊อย เหนื่อย    ใครจะไปเชื่อล่ะครับ ว่าการได้ไปเที่ยวเนี่ย มันเหนื่อยจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่โดนบังคับ ลากถูให้ไปด้วย  แต่ก็นั้นแหล่ะ  เราก็เพิ่งเคยเจอกับตัวเอง เป็นครั้งแรก หลังจากที่ใช้วิธีนี้ บังคับเพื่อนๆ ให้ไปเที่ยวด้วยกันมาหลายรอบแล้ว  กรรมตามสนองเร็วจังเยย
 
แต่ก็ยังดีที่ตอนไปเที่ยว ก็สนุกมากก แบบว่าเครื่องเล่นอันไหน ที่เบิ้ลได้ เล่นซ้ำได้ (ไม่มีคนเข้าแถวรอ) ก็จะขออีก เล่นอีก ซ้ำอีก เล่นกันให้หายอยากไปเลย  อย่างอันแรกครับ ไปถึงตอนบ่ายแก่ๆ ก็เริ่มด้วย Space Shuttle รอคิวนานมากกก เพราะช่วงที่ไปเนี่ย มีเด็กๆ มากันเป็นร้อยเลย คิวก็เลยยาวเหยียด แต่พอได้เล่นกะสนุกดี เข้าไปในที่มืดๆ แล้วรถที่นั่งก็เหวี่ยงขึ้นๆลงๆ ซ้าย-ขวาๆ แต่เสียดายจัง มันจบเร็วไปหน่อย
ยังไม่หายมันส์เลย ก็ครบรอบแล้ว
 
เสร็จแล้วก็เดินไปเข้าคิวเล่น ไวกิ้ง อันนี้รอไม่นานมาก แค่ 2 คิวก็ถึงแล้ว ตอนที่ขึ้นก็มีฮาๆ นิดนึง เพราะมีน้องผู้หญิงคนนึง ลงจากไวกิ้งไปวางกระเป๋าไว้ข้างๆ แต่เจ้าไวกิ้งมันกะเริ่มเหวี่ยงแล้ว  แต่ก็มีเพื่อนๆ ที่นั่งมาด้วยกัน ท้วงไว้ว่ามีผู้ร่วมเดินทางตกไปหนึ่งคน จึงทำการหยุดเรือไวกิ้งให้ก่อน แล้วค่อยเริ่มออกเรือกันใหม่   แรกๆ ก็ยังเฉยๆ เพราะยังไม่สูงมาก แต่หลังๆ ชักจะแย่เหมือนกัน เพราะว่ามันสู๊งสูง แต่กะเหมือนเคย ซักพักเดียวก็ชิน เลยคว้ากล้องมาถ่ายวิวเพื่อนๆ ฝั่งตรงกันข้ามบ้าง ถ่ายรางของ รถไฟเหิรฟ้า อันข้างๆ ในมุมสูงบ้าง ก็ได้ภาพที่สวยดี
 
แล้วก็วกกลับไปเล่นรถบัมพ์ อันนี้ก็รอคิวนานนิ๊ดนึง เพราะเป็นที่สนอก สนใจของเด็กๆ แล้วก็ผู้ใหญ่ ก็ชอบ จะมีใครรู้มั้ยน้อ...เห็นเรา หนักอย่างนี้ คิดว่าตอนขับไปบัมพ์กะชาวบ้านเขา แล้วคิดว่าเราจะไม่เป็นไร แต่ไม่ใช่เลย เราเจอคนอื่น ขับรถพุ่งมาเสียบด้านข้างอย่างแรง เอ็มปลิวไปพร้อมกะรถเลย  จุกเหมือนกันนะนั่น แล้วก็หมดเวลาของรถบัมพ์ เลยไปต่ออย่างอื่นอีก
 
เดินไปเดินมา ก็ไปต่อด้วยรถไฟเหิรเวลา จากมุมที่เห็นตะกี้ ทำให้อยากรู้อยากลอง ว่าจะสนุกแค่ไหน ทำให้เสียวได้แค่ไหน รอคับ รอคิวนานอีกแล้ว เฮ้อ....ไปวันที่เด็กไปเยอะๆ เนี่ยเล่นกันกี่อย่างก็แน่นทุกอย่างเลย กว่าจะได้เล่น แต่พอได้เล่นแค่นั้นแหล่ะ รู้สึกเลยว่า เจ็บคอ เพราะมันเหวี่ยงแรงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่มันเบรคเตรียมเข้าป้ายเนี่ย กึ๊กเลย ตอนแรกว่าจะเบิ้ล แต่เห็นคิวเยอะ ก็ไปอย่างอื่นต่อ
 
เมื่อกี้ก็ถือว่าได้วอร์มแล้ว ก็ไปต่อด้วย พรมวิเศษ แรกก็เฉยๆ แต่มันหมุนซ้ายที ขวาที กะมึนๆ เหมือนกัน ชูบอกว่า ลองเอาเท้ายื่นออกไปนอกที่วางสิ จะเสียวกว่าเดิม ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่ชูว่า เพราะรู้สึกเหมือนขามันลอยๆ ไม่ติดพื้น มันก็รู้สึกเหมือนกับจะตกจริงๆ ตอนที่มันหมุนลงมาอ่ะ  ถัดจากนั้นก็เปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่นต่อ
 
ตอนแรกก็กะว่าจะไปเล่นสแปลซ แต่เอ็มค้านคนแรกเลย กลัวหวัดที่เพิ่งหายมันจะกำเริบเอา ก็เลยไปเล่นอะไรที่มันเบาๆ กว่านั้นหน่อย สรุปว่าไปเล่นแกรนแคยอนแทน เพราะเท่าที่เห็นก็ไม่เปียกมากมายเท่าไหร่ แบบว่าเล่นสบายๆ เปียกนิดหน่อยพอหายร้อน  แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิดเลย เพราะว่ามันสนุกมาก หมุนๆ โดนน้ำด้านนั้นที ด้านโน้นที กะเลยขอเบิ้ล 3 รอบ (แบบว่ามีคิวรอไม่เยอะ) สนุกกันจนลืมไปเลยว่า เฮ้ย มันเปียกขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย เล่นเปียกซะแทบไม่มีพื้นที่แห้งเลย
 
พออยู่ในสภาพนั้นก็ไม่สนใจแล้ว ไปเล่น Super Splash เลย ไปแล้วก็เบิ้ล 2 รอบ แต่รอบแรกอยู่หลังๆ ยังไม่สนุกเท่าไหร่ แบบไม่เห็นวิวกำแพงน้ำเลย  เลยต่อรอบสอง แล้วไปรอคิวจนได้นั่งแถวหน้าสุดสมใจ ได้เห็นกำแพงน้ำสวยๆ ก่อนมันจะพังทลายมาสาดใส่เรา  เปียกกันถ้วนหน้า ถ้วนตา เมื่อผ้าเปียกแล้วสิ่งที่ต้องทำก็คือ ไปปั่นแห้ง ที่เครื่องเล่นที่เหวี่ยงแรงๆ
 
เครื่องเล่นที่หนึ่งที่เราไปเล่นก็คือ นั่งเครื่องบิน หมุนๆอ่ะ ชื่อเครื่องเล่นอะไรไม่รู้จำไม่ได้อ่ะ แต่ไหนๆก็ไหนๆ คนก็ไม่เยอะ ก็เลยนั่งแช่ไปซะ 2 รอบเลย ฮี่ ฮี่ แล้วก็เหมือนเคยคับ เครื่องเล่นนี้ไม่อันตรายต่อกล้องเราเท่าไหร่ ก็เลย คว้ากล้องมาถ่ายรูปซะ ได้รูปสวยๆ ไปก็หลายใบอยู่ พอเสร็จสองรอบ ก็รู้สึกว่า เริ่มแห้งขึ้นนิดนึง ก็เลยไปต่อที่เครื่องเล่นที่มันหมุนแรงขึ้นกว่าเดิม
 
ใช่แล้วครับท่าน ไปเล่น แรปเตอร์ ที่เป็นจานหมุนอ่ะ หมุนแรงมาก เล่นรอบเดียวพอ เพราะว่ามันเมื่อย แล้วก็จุกอ่ะ ตอนที่อยู่ด้านบน แล้วไม่ได้จับราวเหล็กเอาไว้ แล้วก็ไปพักกินของหวานนิดหน่อย ก่อนจะไปต่อด้วย รถไฟเหิรฟ้า อีก 4 รอบ  เล่นซะมึนกันไปข้างนึงเลย
 
แล้วก็ไปต่อด้วยรถ monorail พักผ่อนอิริยาบทนิดๆหน่อยๆ แล้วก็กลับไปต่อที่ Spaces Shuttle อีกรอบนึง ปิดท้ายหวาดเสียวนิดๆ กะบ้านผีสิง เริ่มขี้เกียจเล่าแล้ว เพราะมันก็น่ากลัวนิดหน่อย แต่บังเอิญว่า มีคนกลัวกว่ามาเกาะหนึบอยู่หนึ่ง เราก็เลยไม่กลัวซะงั้นอ่ะ (ก็มีคนกลัวไปก่อนแล้ว เราก็เลยรู้ว่าจะมีอะไรมา เลยไม่กลัวไง )  ก่อนที่คิดว่าจะกลับกัน ก็ไปนั่งเคเบิ้ลอีกซะรอบนึง ได้บรรยากาศสวยๆ มาฝากเพื่อนๆกันด้วยนะ แล้วก็ยังกลับกันไม่ได้ เพราะว่าเขาเปิดไฟ แล้วก็มีอะไรสวยๆ ให้ถ่ายอีก ถ่ายกันยาวเหมือนกัน กว่าจะได้กลับ (สุดท้ายตอนจะกลับ เสื้อผ้ายังไม่ค่อยจะแห้งกันเท่าไหร่เลย)
 
14 ottobre

วันเวลาที่ร่วงโรย กาลเวลาที่เวียนผ่าน

วันเวลาถ้าเราไม่สนใจมันเนี่ย มันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกของเราในวันนี้ คล้ายๆกับว่า เพิ่งจะจบมาไม่กี่เดือน เพิ่งทำงานมาไม่นาน แต่ใครจะรู้บ้างไหมว่ามันเลยผ่านมาแล้วถึง 2 ปี จนอยากจะเปลี่ยนงานใหม่แล้ว
ไม่ใช่ว่างานที่ทำอยู่ปัจจุบันไม่ดี หัวหน้าไม่ดี เพื่อนร่วมงานไม่ดี เพียงแต่ความเป็นจริงในปัจจุบัน มีใครล่ะจะกล้าตอบว่า ไม่โดนผลกระทบจากค่าครองชีพหลายๆอย่างที่ถีบตัวสูงขึ้นทุกวัน แต่รายได้กลับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เหมือนกับแค่พอมีเงินใช้จ่ายเล็กน้อย แต่ไม่อาจสะสมให้ได้มากพอเพื่อใช้จ่ายอื่นๆ เราก็ยอมรับว่าผลกระทบนั้น ทำให้เราจากที่เคยซื้อเพลง cd+mp3+karaoke ดูหนัง เที่ยวทะเล ที่เคยซื้อได้ เที่ยวได้ กลับกลายเป็นว่าต้องลดค่าใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัวไปอย่างมาก เพียงเพื่อให้ยังพอมีเงินเก็บบ้าง ถึงไม่มากแต่ก็ยังมี แต่บางเดือนก็ยอมรับว่าค่าโทรศัพท์มันสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ (ติดต่องานอย่างเดียวก็ เกินห้าร้อย... เนี่ยยังไม่รวมคุยเล่นกับเพื่อนๆ คุยจิปาถะ คุยกะสาว  และอื่นๆ) ทำให้บางเดือนเงินขึ้นตัวแดงหราเลย  การเดินทางต่างๆ ค่ารถ ค่าเรือ ก็ขึ้น ค่ามอเตอร์ไซค์ก็ขึ้น ดีนะ ค่าข้าวยังไม่ขึ้น (แต่ได้กับข้าวน้อยลง) แถมตบท้ายด้วยเงินได้พิเศษ เดี๋ยวนี้ก็ไม่มี (เส้นทางของเงินตรามันช่างน้อยลงเรื่อยๆ) ยังดีว่ามีงานนอกมาบ้างเป็นครั้งคราว ก็ไม่ถึงกับลำบากนัก เลยเป็นที่มาของการมองบริษัทใหม่ ที่พร้อมจะให้ค่าตัวที่มากขึ้นกว่าที่เดิม จนเราดูแล้วว่า รายได้เพิ่ม ค่าใช้จ่ายอาจจะเพิ่มบ้าง แต่ต้องมีเงินเก็บที่มากกว่า ถึงจะไป ไม่งั้นย้ายไปก็เท่านั้น เพราะถ้าได้เพิ่ม 2500 แต่มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 3000 ใครที่ไหนจะไปล่ะ แต่ถ้าได้เพิ่มขึ้น 7000 และมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 2500-3000 มันก็ยังน่าคิด เพราะเท่ากับว่าเรามีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม 4000 ถูกต้องไหมครับ
 
ปล. มีงานไหนที่ทำงานวันละ 7 ชั่วโมง ทำอาทิตย์ละ 4 วันแต่ได้เงินเยอะๆ บ้างมั้ยเนี่ย~~~~~
 
*..* ปล. ได้งานใหม่แหระน้า
แล้วก็ใครอยากไปเยี่ยมบล็อคของโบ โบ้ ก็ติดตามได้ตามที่อยู่นี้นะค๊าบบบ http://boenord.blogspot.com
19 settembre

ความรัก กับ คอมพิวเตอร์

รัก เหมือนกับ online บ้างก้อ busy บ้างก้อ easy

รัก เหมือนเขียน Java Script ที่ละเอียดอ่อน ผิดแม้นิดเดียวก็
Error

รัก เหมือนดัง Ink-Jet printer ที่เปลืองน้ำหมึกและเสียบ่อย ดั่งรักที่รวนเร


รัก เหมือน Sub-Directories มีมากมาย ยากที่ใครจะค้นหา File หัวใจเธอได้พบ

รัก เหมือนกับพัดลมระบายความร้อน ช่วยทำให้เธอเย็นสบาย คลายร้อน

รัก เหมือนเสียง Modem ตอน Connect ติด ช่างสุขใจเหมือนได้ยินเสียงเธอ

รัก เหมือน Microsoft Windows พร้อมจะพังทลาย (เจ๊ง) โดยไม่มีวี่แววมาก่อน

รัก เหมือน ภาษา Assembly ทำให้เธอทุกอย่างอย่างยากลำบาก แต่ผลที่ได้รับกลับมีเพียงน้อยนิด

รัก เหมือนสาย Lan Coaxial ต้องรักษาไว้ให้ดีอย่าให้หลุดลอยไป (โยงออกนอกตึกที่ไรฟ้าผ่าทุกที)

รัก เหมือนprinter Epson FX800 เพียงครู่เดียวก้อร้อนแรง (หัวพิมพ์ไหม้)

รัก เหมือน '' Your program has performed an illegal opertaion and will be shut down ''
ว๊า....ทำไม่ถูกใจเธอสักที


รัก เหมือน IBM labtop (for Hi-so girls) หมดตัวก่อนที่จะได้มา

รัก เหมือนสร้าง Home page.... เมื่อมองภายนอกดูสวยงาม แต่แฝงไปด้วยภาษา Java ที่ซับซ้อน
ดั่งหัวใจเธอไม่สามารถ


มองเห็นหรือเข้าใจส่วนลึกของหัวใจเธอได้

รัก เหมือน Under Construction ปีแล้วปีเล่าก้อยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

รัก เหมือนกับHarddisk ถ้าติด Virus (HIV) คงต้อง Formatใหม่ลูกเดียว(ไปเกิดใหม่)

รัก เหมือนกับจอมอนิเตอร์ ทำให้คนตาบอด(สายตาเอียง ตาสั้น)

รัก เหมือนกับ RAM ขาดไฟเลี้ยงความจำก็ถูกลบ

รัก เหมือนกับ Software ถ้าจะเอาแบบถูกลิขสิทธิ์ ราคาก้อแพงหน่อย (หรือไม่หน่อย)

รัก เหมือนการกลิ้งเมาส์ ต่อให้กลิ้งมากขนาดไหน ก้อไม่เคยออกนอกใจเลย (นิยามคนเจ้าชู้ ^ ^!)

 

 

ปล.เอามาจากพี่ๆ ที่ทำงาน เลยไม่รู้ต้นเรื่องว่ามายังไงครับผม

18 settembre

ช่วงนี้มีงานโยนโบว์การกุศลบ่อยมาก ^_^

 ผ่านไปแค่อาทิตย์เดียว ก็ได้ไปโยนโบว์อีกแล้น หุหุ จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็รู้สึกว่าจะเริ่มโยนเป็นเส้นตรงมากขึ้น
ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ให้ทุกๆท่าน นึกถึงปืนเลเซอร์เอาไว้นะ เวลาโยนลูกโบว์ลิ่ง ออกจากปลายนิ้ว ก็เสมอเหมือนกับว่าเราได้ลั่นไกปืนเลเซอร์ไปแล้ว ส่วนความแรงที่จะสามารถควบคุมทิศทางได้ต้องเลือกลูกขนาดน้ำหนักเพียง 11 ปอนด์ (5กิโล) เท่านั้น แต่ถ้าอยากให้ลำแสงนั้นใหญ่ขึ้น แต่ต้องทำใจว่าควบคุมได้ยากขึ้น ก็เลือกลูกปินขนาด 13 ปอนด์ (เกือบ 6กิโล) ทีนี้ เวลายิง...เอ้ย โยนก็จะเห็นพินระเบิดกันไปเลย  แล้วก็ถ้าใช้ลูกปืนขนาด 13 ปอนด์ จะทำให้ยิงได้เพียง 3 เกมส์ เท่านั้นที่ยังคุมได้ โดยเพี้ยนน้อย เกินกว่านั้น ปากกระบอกปืน (ข้อมือ กะ นิ้ว) จะรับแรงไม่ไหว คุมไม่อยู่ โยนไปก็มีแต่จะทำให้ท่อสะอาดปล่าวๆ แล้วก็ที่สำคัญ จากการโยนคราวที่แล้ว ทำให้ได้บทสรุปว่า ท่าเราจะไปโยนที่เมเจอร์โบว์ จะมีปัญหา เรื่องวิถีโยนอย่างมาก ทำให้โยนได้ไม่ดี เหมือนกับยิงจุด 44 แม็คนั่ม ถ้าแรงมะพอ ยืนมะนิ่งแล้ว มันจะสะดุด สะบัดกันไปเลย เพราะเวลาเราก้าวสเต็ปเนี่ย ช่วงที่จะปล่อยลูก เราจะให้ขาซ้าย สไลค์ไปข้างหน้า เล็กน้อย แล้วจึงปล่อยลำแสงพิฆาตพินโบว์ลิ่ง แล้วสไตรค์ไปอย่างสวยงาม  แล้วก็ขอโทษด้วยที่คราวนี้ ไม่มีภาพถ่ายสวยๆ มาฝาก
 แต่ไม่มีคงไม่เป็นไรมั้ง เพราะทีมโยน ก็ทีมเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ ฉะนั้น รับชมภาพเก่าๆแทน ไปก่อนละกัน
13 settembre

กลับมากันอีกแล้ว สำหรับงาน โยนโบว์ลิ่งการกุศล

 ในที่สุดเทศกาลเดินสายงานการกุศลก็กลับมาเยือนตามคำเรียกร้อง (ของใครก็ไม่รู้) อีกครั้งหนึ่ง เป็นผลทำให้เราได้มีโอกาสไปโยนโบว์ ของ เมเจอร์ ที่ค่าโยนแพงมากๆ  เกมส์ละตั้ง 100 ค่ารองเท้าก็ปาเข้าไป 40 เล่นกันครั้งนึงไม่ถูกเลย อ๊ะแต่ยังไงคราวนี้เราก็ได้ไปโยนฟรี (มีผู้ใหญ่ออกให้ ตั้ง 3พัน ) ของฟรีๆ อย่างนี้เราเลยไม่ยอมพลาดโอกาสซักที ต้องไปให้ได้ทุกครั้ง เปลืองค่าน้ำมันนิดหน่อย แต่ก็คุ้ม  

 
 
ยังไงก็ตาม มีข้อสังเกตุ เล็กๆน้อยๆ จาก เมเจอร์โบว์ครับ คือลูกโบว์จะไหลลื่นกว่าที่อื่น และสภาพของลูกโบว์ลิ่ง ต้องยอมรับครับว่าอยู่ในสภาพที่ดีมากๆ ไม่มีปัญหาที่สอดนิ้วเลย เคยเจอที่อื่นแล้วที่มันบิ่นๆ ทำให้เวลาโยนจะเกิดการบาดเจ็บที่นิ้วได้  แต่ก็ยังไม่วายเจอปัญหาครับ ลูกโบว์ลิ่งของที่นี่ รูสำหรับสอดนิ้ว เล็กกว่าที่อื่นๆมากครับ เลยต้องหาลูกเบอร์ใหญ่กว่าที่อื่นตั้ง ปอนด์ เพียงแค่จะให้สอดนิ้วได้อย่างไม่คับแคบ ปวดนิ้ว ก็ทำให้เวลาโยนก็ลำบากเพิ่มขึ้นแล้วยังทำให้ คอนโทรลลูกไม่ค่อยได้อีก แบบเพาเวอร์เพิ่มขึ้น ค่าการคอนโทรลลดลง เป็นของคู่กัน ซ้ำร้ายแค่นั้นยังไม่พอ ยังมีรองเท้าอีก  ปกติที่อื่นๆ มันจะลื่นนิดๆ เราก็ซ้อมมาจนชินแล้วว่า ลื่นไปนิดนึงจะทำให้เราโยนได้นิ่ง เงียบไม่มีเสียงตึงตัง โครมคราม ของเมเจอร์โบว์ รองเท้าดีเกินไปครับ  เหมือนกับระดับยังไม่สามารถพอที่จะใช้รองเท้าที่หน้าลื่น แต่หลังหนึบ เวลาจะโยนเนี่ย ลำบากมากๆ เพราะว่ากำลังก้าวเข้าสเต็ป แต่ก็ไปสะดุดปลายทุกทีสิน่า ค่าคะแนนที่ได้โดยรวมเลยเป็นกราฟลดลงเรื่อยๆ  แต่ก็ดี เพราะเราไปแข่งให้งานศิษย์เก่าของโรงเรียนอัสสัมชัญ ไม่ต้องแสดงตัวว่าเราเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนคู่แข่งตลอดกาลของอัสสัมก็ดี เพราะเราเป็นศิษย์เก่า กรุงเทพคริสเตียน  ไว้มีงานไหนเป็นของที่ กรุงเทพคริสเตียนจัด ต้องซ้อมก่อนไปงานเต็มที่ จะได้ไม่ขายหน้าเค้า
 
จะอย่างไรก็ตาม สังเกตุดีดี จะเจอแต่หน้าเดิมๆ ที่ไปโยนด้วยกันเสมอมา เสมือนหนึ่งว่านี่แหล่ะ คือทีมการกุศลของบริษัท
29 agosto

ทำวันเวลาตกหาย

จริงๆ ก็คิดว่าไม่มีอะไรจะมาอัพบล็อคใหม่แล้วนะเนี่ย แต่บังเอิญค้นไฟล์ใน ฮาร์ดดิสค์ที่น่ารักของเรา เพื่อเคลียร์ข้อมูลจำนวนมหาศาลในเครื่อง ที่มีถึง 160GB ด้วยกัน เพราะว่ามันเหลือพื้นที่โดยรวมเพียง 15GB เท่านั้น(ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่างๆ สารพัด สารพันโปรแกรม หนังที่ชอบๆ เก็บไว้ในเครื่อง แถมเป็นพวกบ้าสะสมเพลง mp3 โดยมีในเครื่องรวมๆ ประมาณ 60GB เลยนะเนี่ย ใครสนใจสอบถามข้อมูลมาได้น้า ตบท้ายด้วยสะสมภาพที่ถ่ายจากกล้องเวลาไปเที่ยวที่ต่างๆ นัดเจอเพื่อนๆ ทำให้เรามีรูปภาพมากมายที่แบ่งปันกับเพื่อนๆได้) เลยจะเขียนแผ่น DVD ให้แจ้ออย ลำบากเลย แบบว่าต้องเตรียมพื้นที่ว่าง ในการเขียนราวๆ 9GB ถึงจะดี เขียนแผ่นไม่มีปัญหา   นอกเรื่องมาตั้งไกลแหน่ะ
 
ที่จริงมันมาจากว่าตอนเคลียร์ฮาร์ดดิสค์เนี่ยแหล่ะ ถึงไปเจอรูปตอนที่เราไปกินหมูกระทะแถวๆ เพชรบุรี ส่งเพื่อนแป๊กไปเรียนต่อยังออสเตรเลีย ว่าจะโพสหลายรอบแล้ว เล่นเกมส์มากไปหน่อยก็ลืมมันได้ทุกที ผ่า สิเอ้อ
 
ไว้เดี๋ยวว่างๆ จะไปสแกนรูปตอนไปเที่ยวประจวบสมัยยังขับรถไม่เป็นเลย  รอหน่อยแล้วกันน้า เพื่อนๆ
01 agosto

ความทรงจำเมื่อครั้งก่อน....(ภาค 2)

เมื่อเวลาผ่านไป....นานนับครึ่งทศวรรษ ภาพเก่าๆ เริ่มจางหาย กลับมีภาพใหม่ๆ ที่ถูกแต่งแต้มเติมสีไปตามกาลเวลา แต่แม้ว่ากาลเวลาจะหมุนไปนานเพียงใด ความทรงจำที่จางลงไปเท่าไหร่ ขอเพียงมีคนไปสัมผัสกับมันอีกครั้ง ความทรงจำอันมีค่าเหล่านั้นก็จะกลับมาโดดเด่น กว่าความทรงจำใหม่ๆ แม้เพียงชั่วคราว เราจึงควรจะมีกล่องความทรงจำ ที่เก็บเรื่องราวต่างๆ ไว้ให้มากพอเพียงต่อคุณค่าของมัน เมื่อก่อนเราอาจจะเก็บมันไว้ใน Daily เล่มใหญ่เล็ก สอดแทรกด้วยภาพนิ่งอีกมากมาย  ตามประสาคนช่างเขียน ช่างจด ช่างจำ แต่พอกาลเวลาผ่าน วันเวลาเปลี่ยนจากบันทึกในสมุด เริ่มเปลี่ยนเป็นบันทึกด้วย กล้องวิดีโอ ภาพดิจิตอล แต่ยังมีข้อจำกัดว่าเป็น บันทึกส่วนตัว (ส่วนตัวจริงๆ เพราะยากเกินกว่าจะนำไปให้เพื่อนๆ ทุกคน สามารถที่จะมาดูด้วยกันได้ เนื่องจาก แต่ละคนย่อมมีหนทางชีวิตที่ไม่เหมือนกัน แยกย้ายกันไปตามภูมิลำเนาที่เกิดมา บางคนก็มีโอกาสได้ไปร่ำเรียนถึงต่างประเทศ แล้วเราจะส่งสิ่งดีๆ เหล่านี้ ที่อยากจะให้เพื่อนดูด้วยกัน หัวเราะด้วยกันได้อย่างไร) จนมาถึง ณ ช่วงปัจจุบัน (พ.ศ. 2548) สื่ออินเตอร์เนทได้แพร่ขยายออกมามาก และ มีพื้นที่สำหรับเก็บ Daily ให้อย่างมากมาย สามารถเรียกดูได้จากทั่วทุกที่ ในมุมโลกนี้ ที่จะสามารถเชื่อมต่อไปยัง โลกไซเบอร์ได้ ทำให้เราสามารถแบ่งปัน ความทรงจำให้แก่เพื่อนๆ สามารถรับรู้ และ ยังจำวันวานเก่าๆ ที่เพื่อนๆเคยมีต่อกันได้มิ ลืมเลือน
 
 
 
ปล. คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนเลยนะ ว่างๆ ก็นัดมาเจอกันบ้างก็ดีนะ มีเพื่อนๆหลายคนเริ่มบ่นแล้ว ว่าชักจะจำหน้าเพื่อนๆ บางคนไม่ได้ อย่างน้อยเอ็มก็อยากให้มาลองดูใน Blog นี้ที่จะเก็บรูปเพื่อนๆ ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ  งวดหน้า จะเอาวันเกิดเพื่อนๆ ทุกคนที่เรายังจดบันทึกไว้มาขึ้นเวป แล้วก็เบอร์โทร เพื่อนๆ ล่าสุดที่เรามี ถ้าเบอร์ใครไม่ตรง บอกนะ จะได้แก้ไขปรับปรุงให้
26 luglio

หาดทราย สายลม กับเพื่อนเรา

ดวงคนเรามะรู้มันเป็นยังไงน้อ บทจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็ได้ไปแบบ ตั้งตัวไม่ติด เราเพียงเอ๋ยขึ้นมาว่า อยากไปเที่ยวคลายเครียด ช่วงนี้งานมันยุ่งๆ เครียดๆ อยากพักสมอง อยากเที่ยว อยากเที่ยวทะเล เพื่อนเขาก็รับฟังเราอย่างดี และบอกต่อกับเพื่อนๆ ว่าไปเที่ยวทะเลกันมั้ย เอ็มอยากไป... เท่านั้นเอง ก็มีเพื่อนๆ ที่สนใจอยากไป ติดต่อเข้ามาถามเลยว่าจะไปที่ไหน พัทยาป่าว ไปวันไหน ไปกี่คน มีใครไปบ้าง ไปยังไง...ฯลฯ พอเราได้ฟังอย่านี้ จากที่เคย ชั่งใจอยู่ว่าจะไปดี ไม่ไปดี  ก็อย่างว่าอ่ะนะ ไปคนเดียวแบกค่าใช้จ่ายทุกอย่างเลย แพงง่ะ ค่าพักผ่อน ก็เลยรับปากทันที  ว่าไป แต่ขอโทรไปจองที่พักให้เรียบร้อยก่อน จะได้ไม่มีปัญหา เจงๆ อยากไปพัทยา มันใกล้ไปสะดวก ชั่วโมงครึ่งจากบางนา ก็ถึงแว้ว (จรวดทางเรียบครับ ไม่แรงจริงอย่าแซง ) แต่ก็ยังมีปัญหาจนได้ เพราะว่าที่พัทยา ห้องพักมะว่าง เลยต้องถ่อกันไปจนถึง ระยองนู้นเลย (ไอ้เราก็ไปมันบ่อยตายอ่ะ  กลัวเจงๆ กับการไปแล้วจำทางมะได้ คราวก่อนที่ไปก็ตั้งกะ 2 ปีที่แล้ว ไม่ลืมที่พักก็บุญของเพื่อนๆเลย) และได้รวบรวมเหล่าผองเพื่อนที่จะไปเที่ยวทะเลได้ 5 คน ดังนี้ สมาชิกหลักที่ขาดไม่ได้  แน่นอน เอ็มเอง อิอิ ขาดได้ไง ขาดเราไปเพื่อนๆ ก็หมดสนุกจิ (ขาดตากล้องไปคนเลยนะเนี่ย) สมาชิกขาประจำเกือบทุกเที่ยว ไม่ใช่ใครอื่น บุญชู ที่ไม่ค่อยเจ้าชู้เลย  เผากันเล็กๆ พร้อมกับแฟนเขา (หนิง) ตามมาติดๆ ด้วยนู๋ลี่ ที่ไปด้วยกันมาแล้ว และ นู๋ยุ้ยที่น่ารัก  ที่พลาดไปหลายงานละ (มะค่อยว่างเท่าไหร่) รวมแล้วนับได้ 5 คน พอดีรถเอ็มเลย (นั่งกันสบายๆ ไม่มีเบียด) ว่าแล้วก็ดูรูปปายก่อนนะ เดี๋ยวมาอัพ Blog เพิ่มอีกที
 
ปล. ถึงนู๋ลี่, นู๋ยุ้ย และชู ถ้าต้องการภาพที่ชัดกว่านี้ และยังไม่ได้อัพขึ้นเวป โปรดติดต่อ Emm นะ แล้วจะจัดส่งให้ทางเมลล์ หรือสะดวกทางไหนก็บอกมา แต่ต้องติดต่อไว้ก่อนนะ จะได้นำรูปไปส่งให้ได้
17 luglio

โยนโบว์ การกุศล

อะแฮ่ม เรื่องเล่าเย็นนี้มาแล้วคร๊าบบบบบ
เกริ่นนำกันเล็กน้อย เกี่ยวกับการโยนโบว์  เนื่องจากเป็นโบว์การกุศล จึงมีการคิดคะแนนที่ต่างไปจากการโยนโบว์ปกติดังนี้
เมื่อคุณโยนแล้วลงเป็นเลขคู่ จะถือว่าคุณโยนสไตรค์  ชอบอ่ะดิ โยนลงแค่ 2 ก็สไตรค์แล้วอ่า
หรือว่า ถ้าโยนลงเป็นเลขคี่ ก็จะถือว่าคุณโยนได้สแปร์  อันนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ก็ยังดีง่ะ
แต่หากคุณนึกสนุก  ไปล้างท่อเข้า ก็เหมือนกติกาปกติครับ คือ โบ๋คับ
เอาล่ะ......เกริ่นมากัน ก็กินที่ปายเยอะละ แบบงานโบว์วันนี้ เราเพิ่งรู้ว่าจะต้องเดินทางไปแข่งอย่างเป็นทางการ วันศุกร์เอง  มันเลยเป็นเหตุให้เรา มะได้ปายซ้อมโยนโบว์ล่วงหน้าง่ะ สกอร์ที่ออกมาวันนี้ เลยเละๆ ยังไงก็ไม่รู้ โยนกลางเก็บขวา เก็บซ้าย เปงว่าเล่นเลยอ่ะ  แถมวันนี้ยังตื่นสาย ไปแข่งไม่ทันใน 2 รอบแรก ได้แข่งจริงๆ ก็รอบสุดท้ายล่ะ  นัดแข่ง 10โมง เพื่อนที่ทำงานเขาก็บอก เจอกันที่ ซีคอน 9โมงครึ่งแล้ว (ขนาดนัดก่อนกำหนดแข่งจริงนะเนี่ย ยังอุตสาห์จะไปสายอีก) ก็โดนพิษไข้เกมส์เล่นงานอีก อิอิ (มัวแต่ปายออกรอบ ปังย่าออนไลน์อยู่ง่ะ ตอนนี้มีถ้วยเงิน 1 ถ้วย ถ้วยทองแดง อีกถ้วยแล้วน้า) เลยทำห้ายตื่นสายไปนิด กว่าจะอาบน้ำได้ ก็รอเครื่องทำน้ำร้อนอีก  มะรู้เปงงาย มะยอมร้อนซะที  กว่าจะร้อน ก็รอซ้า.....ไปโยนโบว์สายเยย แต่และแล้ว ฟ้าก็ยังมะทิ้งเรา ที่มีเพื่อนตื่นสายเหมือนกัน ก็เลยขับรถไปรับซะหน้าบ้านเลย แล้วไปโยนสายกันทั้งคู่  พอปายถึงก็ออกเดินทางหารองเท้า ฟรี ก่อนเยย เอ้า.....งงอ่ะดิ ว่าฟรีได้งาย  ยังไงก็ต้องเสียตังค์จ่ายค่ารองเท้าช่ายมะ  หุหุ  ง่ายนิดเดียวเอง  เราก็ไปขอรองเท้าจากคนที่เขาเล่นจบแล้วงาย  แล้วปายขอเปลี่ยนเบอร์รองเท้าที่ห้องรองเท้า เอาเบอร์ของเท้าเรา ซึ่งถ้าวัดแล้วจาได้เบอร์ 8ครึ่ง แต่เพื่อความสบายเท้าแล้ว จึงจำเป็นต้องขยับเบอร์นิดนึงเป็นเบอร์ 9 สวมใส่ได้สบายเท้าเลย แล้วก็เริ่มซ้อม (เจงๆ ชาวบ้านเขาแข่งแล้ว  เราก็ซ้อมตอนนั้นเลยอ่ะ แบบซ้อมตอนแข่งง่ะ) เลยทำให้สกอร์ออกมา 112 เท่านั้นเอง ( อย่าลืมนะว่าใช้กติกาพิเศษอยู่) แบบออกลีลาได้สวยงาม เด๋วพ่วงรูปห้ายตอนท้าย Blog งับ แต่ด้วยความที่ว่ายังมะหายอยากในการโยน ก็เลยโยนต่ออีกซะ 2 เกมส์ใหญ่ๆ ( อันนี้กติกาปกติแย้ว) คะแนนที่แท้จริงเลยปรากฎ ออกมาเยย เกมส์แรก จบสกอร์ด้วยคะแนน 89 เกมส์ที่สอง ฟอร์มเริ่มขึ้น ไฟเริ่มติด คะแนนขยับมาเปง 101 อิอิ  
 
เล่นเสร็จก็ที่ยง เหนื่อยละ หิวละ  ก็เลยปายทาน Mcdonal ซะเลย ได้เจอกะพี่โรนัลด้วย ตัวใหญ่ชะมัด  มะรู้กินรายมา  แต่เราอ่ะกินเบอร์เกอร์ปลา จนอิ่มเลย (ชุดเดียวน้า มะมีเบิ้ล) พี่โรนัล มีเดินมาแจกของเดะๆ ด้วย (เราก็ได้ง่ะ ) แล้วก็ขอถ่ายรูปกลุ่ม ซะนิดนึง
 
ปล. เสียดายถ้าเวปนี้เอาคลิปมารันได้ก็จะดีอ่ะ มีที่โยนสวยๆ ห้ายดูด้วย
08 luglio

เปิดรับสมัครสมาชิกก๊วน Meeting

จากที่ปอม เรียกร้องให้ส่งเบอร์โทรศัพท์ มาติดต่อเรา เพื่อจะนัดไปเที่ยว, ร้องคาราโอเกะ, รวมตัวไปทานข้าว และอื่นๆ
ให้ติดต่อมาที่เรา เนี่ย เราก็โอเคนะ
 ก็ฝากเบอร์เพื่อนๆ ที่อยากให้ติดต่อมาได้เลยคับผม  เอ็มจะเป็นตัวกลางในกลางติดต่อประสานกับเพื่อนๆ ให้ละกาน
เอ็มยินดีให้บริการเพื่อนๆ เสมอ (ทำเท่าที่จะทำได้เท่านั้นนะคร๊าบ.... ) วันไหน เราไม่ว่าง ก็ไม่ทำเหมือนกันอ่ะ แต่
จะส่งต่อไปยังสายงานเพื่อนๆ ที่ว่างอยู่ให้ติดต่อไปแทน  ยังไงก็อย่าลืมครับ ช่วงนี้น้ำมันขึ้นราคาแล้ว เดินทางไปร้องรำ
ทำเพลง, ทานข้าว หรือว่าอื่นๆ ช่วยวางแผนเส้นทางเดินรถกันนิด จะได้ประหยัดกันเยอะๆ มีเงินไว้เที่ยว ดีกว่ามีเงินไว้
จ่ายค่าน้ำมันนะเออ  
 
 
 
งานคราวนี้เราจะยอมเป็นประธานการติดต่อประสานงานให้ ในครั้งแรกก่อน ส่วนครั้งถัดไป ก็จะหาคนอื่นที่เหมาะสม
มารับช่วงต่อ (หวังว่า...... คงจะไม่ใช่เรา ตลอดไป)
06 luglio

เรื่องเล่า....เมื่อวันวาน

อะแฮ่ม... ไหนๆ ก็ไหนๆ นึกเรื่องใหม่ๆ เขียนมะออก ก็เอาเรื่อง เก่าๆ มาเผาดีก่า
เริ่มต้นจาก หนุ่มน้อยคนนึง หลงไปในทาง 2 แพ่ง ระหว่างเด็กวิศวะ กะ เด็กวิทยา ว่าควรจะเดินไปทางไหนดี
 
 
จนกระทั่ง ได้ใช้วิชาที่สั่งสมมานาน ในการเลือกทางเดินของชีวิต นั่นคือวิชาเดา  สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกะตัวเรา
ทำให้เราได้เปลี่ยนจากทางสายช่าง มุ่งสู่วิถีแห่ง วิทยาศาสตร์และการเรียนรู้
 
งง...ดิ  เราเองยัง งงเลย ว่าเรียนปายได้อย่างราย
แต่ก็เอาน่ะ ดั้นด้น เรียนไป เรียนมา ฝ่าฟันอุปสรรค นานาประการ
ผ่านร้อน (A) ผ่านหนาว (F) มาก็มาก  ชีวิตก็มีสีสันดีไปอีกแบบ
 
ได้เรียนรู้การคบคน รู้จัก  โกรธ ถึงขีดสุด (แบบไม่มีเหตุผล)
รู้จัก  ความรัก ที่ผ่านมา ให้สดใส เพียงชั่วข้ามเทอม
รู้จัก วิถีแห่งการเอาตัวรอด  ไม่ทาย
รู้จักการใช้เงิน ให้มีความสุข  (กิน เที่ยว ครบ)
รู้จักการผ่อนผันโทษกะตำหนวด  ไม่ต้องรับใบสั่ง
แล้วก็ได้เพื่อนดีๆ มาไว้ใกล้ตัว อีกหลายคน  
และในที่สุด เราก็สามารถศึกษาจนแล้วจบมาได้ อย่างลำบากยากเย็น เป็นเวลา 5 ปีเต็มๆ
 
เราก็ต้องมาพบพานกับชีวิตการทำงาน ซึ่งงานเนี่ย ไม่รู้หนีไปไหนหมด
เวลาหา ก็หาไม่เจอซักที เวลาเบื่อๆ อยากเที่ยว ก็โทรมาเรียกตัวกันจัง
จนแล้ว จนรอด ก็ได้มาทำงานที่รัก ดังสมใจหวัง แม้จะไม่ได้เป็นอย่างที่ต้องการจิ๊ง จิ๊ง
แต่ชีวิต ก็อยู่กับมันแล้ว สนุก ไปได้เรื่อยๆ มีท้อบ้าง ถอยบ้าง แต่ก็ยังก้าวเดินต่อไปได้
พอก่อนดีก่า....ดึกแล้ว  ข่มตานอนแต่หัวใจรุ่มร้อน
 
 
 
 
 
ปล. อ่านจบ แล้วขอคอมเม้นต์ด้วยนะ ใครอ่านแล้วไม่คอมเม้นต์ ละก็  
26 giugno

คาราโอเกะ สุดมันส์

           เมื่อวานเราได้ไปร้องคาราโอเกะ ที่ร้านใบไม้ร่าเริงมา สนุกมาก ร้องกันตั้งแต่ ทุ่มกว่าๆ จนเกือบๆจะตี 1 เลย  แล้วเพื่อนๆแต่ละคน ค่อนข้างจะลงความเห็นเกือบจะเป็นเอกฉันท์เลยว่า เราอ่ะ ร้องไม่สนใจคีย์ของเพลงเลย (เกือบๆ จะเป็นการท่องเนื้อเพลงแล้ว) และเราเองก็ยังไม่สามารถปรับปรุงการร้องของเราให้ดีกว่านี้ได้เลย เลยต้องร้องกันจนเกือบตี 1 แต่ กว่าจะมารวมตัวกันครบได้เนี่ย มันก็ลำบากยากเย็นพอสมควรเลย เพราะนัดกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วว่าจะมาที่ใบไม้ร่าเริง และกำลังนับจำนวนเพื่อนๆ ที่ตกลงว่าจะมาด้วยอยู่ ตอนแรกที่ตอบตกลงว่าจะมามี 1. นายสมพงษ์ 2. นางสาวหญิง 3. นางสาวสุมิตตา 4. นายปฐวี 5. นายนพพล 6. นายบุญชู 7. นางสาวเพ็ญนภา 8. นางสาวศิวิชญา 9. นายชัยวุฒิ แต่ด้วยเหตุผลบางประการ (เหตุผลโดยทั่วไปที่ต้องยอม) เพื่อนๆ บางคนที่ตอบตกลงไว้ ก็ไม่สามารถมาได้ ทำให้เหลือเพื่อนๆไปร้องคาราโอเกะเพียง 7 คนเท่านั้น  เท่านั้นยังไม่พอ ในวันนัดจริงๆ เพื่อนก็ติดธุระ ทำให้มากันล่าช้าไปบ้าง (รวมเราด้วย ) จากที่นัดไว้ที่ใบไม้ร่าเริงตอนทุ่มนึง จึงค่อยๆ ทยอยมา จนครบประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง (ไม่ได้จับเวลาน้า อาจจะผิดพลาดไปบ้าง) และที่น่าชมเชยคือนักร้องที่ชื่อ V  ได้เดินทางไปถึงร้านเป็นคนแรก เพื่อเปิดห้องร้องเพลงรอ นักร้องท่านอื่นๆ ที่กำลังตามมาสมทบ